แบตเตอรี่ 18650 คือ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion)
ชนิดชาร์จซ้ำได้ที่มีรูปทรงทรงกระบอก ซึ่งถือเป็น
"มาตรฐาน"
ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในปัจจุบัน
มาทำความรู้จัก 18650 กันให้มากขึ้น เพื่อใช้งานอย่างถูกต้องและปลอดภัยกันเลยครับ
Ø ที่มาของชื่อ "18650"
รหัสตัวเลข 5 หลักนี้ไม่ใช่เลขรุ่นแบบสุ่ม แต่เป็นตัวเลขที่บอก ขนาดทางกายภาพ ของแบตเตอรี่ ดังนี้ครับ:
· 18: หมายถึง เส้นผ่านศูนย์กลาง 18 มิลลิเมตร
· 65: หมายถึง ความยาว (ความสูง) 65 มิลลิเมตร
· 0: หมายถึง รูปทรง ทรงกระบอก (Cylindrical)
เมื่อเทียบกับถ่าน AA ที่เราคุ้นเคย 18650 จะมีขนาดใหญ่กว่าทั้งความโตและความยาว และมีแรงดันไฟฟ้าที่สูงกว่ามาก (AA มีแรงดัน 1.2V-1.5V ในขณะที่ 18650 มีแรงดัน 3.6V-3.7V)
Ø คุณสมบัติทางเทคนิคที่สำคัญ
- แรงดันไฟฟ้า (Voltage):
- แรงดันปกติ (Nominal Voltage): 3.6V ถึง 3.7V
- ชาร์จเต็ม (Full Charge): 4.2V
- แรงดันต่ำสุดที่ควรหยุดใช้ (Cut-off): ประมาณ 2.5V - 3.0V (หากต่ำกว่านี้เซลล์อาจเสียหาย)
- ความจุ (Capacity): โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 1,200mAh ถึง 3,500mAh
- อายุการใช้งาน: สามารถชาร์จซ้ำได้ประมาณ 300 - 1,000 รอบ ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการใช้งาน
Ø โครงสร้างและการใช้งาน
ภายในแบตเตอรี่ 18650 ประกอบด้วยแผ่นขั้วบวก ขั้วลบ และแผ่นกั้นที่ม้วนซ้อนกันเหมือนแยมโรลแช่ในสารละลายอิเล็กโทรไลต์
Ø อุปกรณ์ที่นิยมใช้ 18650:
- อุปกรณ์พกพา: ไฟฉายแรงสูง, พัดลมมือถือ, พาวเวอร์แบงค์
- เครื่องมือไฟฟ้า: สว่านไร้สาย, เลื่อยไฟฟ้า (มักใช้หลายก้อนรวมกันเป็น Battery Pack)
- ยานพาหนะไฟฟ้า: รถจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์, และแม้แต่รถยนต์ Tesla รุ่นก่อน ๆ ก็ใช้เซลล์ 18650 นับพันก้อนต่อกัน
- คอมพิวเตอร์: แบตเตอรี่โน้ตบุ๊กรุ่นเก่าเกือบทุกรุ่นจะไส้ในเป็นถ่าน 18650
Ø ทำไมถึงได้รับความนิยม?